ชื่อ เมืองเอก พื้นที่ (km²) ประชากร

1. แขวงอัดตะปือ เมืองสามักคีไซ 10,320 134,000
2. แขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยซาย 6,196 169,000
3. แขวงบอลิคำไซ เมืองปากซัน 14,863 244,000
4. แขวงจำปาสัก เมืองปากเซ 15,415 595,000
5. แขวงหัวพัน เมืองซำเหนือ 16,500 340,000
6. แขวงคำม่วน เมืองท่าแขก 16,315 360,000
7. แขวงหลวงน้ำทา เมืองหลวงน้ำทา 9,325 153,000
8. แขวงหลวงพระบาง เมืองหลวงพระบาง 16,875 410,000
9. แขวงอุดมไซ เมืองไซ 15,370 280,000
10. แขวงพงสาลี เมืองพงสาลี 16,270 200,000
11. แขวงสาละวัน เมืองสาละวัน 10,691 340,000
12. แขวงสะหวันนะเขด เมืองไกสอน พมวิหาน 21,774 7 31,000
13. นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองจันทะบูลี หรือ เมืองเวียงจันทน์ 3,920 702,000
14. แขวงเวียงจันทน์ เมืองโพนโฮง 15,927 384,000
15. แขวงไซยะบูลี เมืองไซยะบูลี 16,389 386,000
17. แขวงเซกอง เมืองละมาม 7,665 85,000
18. แขวงเชียงขวาง เมืองโพนสะหวัน 15,880 275,000

การเดินทางไปประเทศลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศลาวระยะทางยาวตามแนวแม่น้ำโขง
สมัยก่อนเราสามารถข้ามแดนได้ตามด่านท่าเรือ

ปัจจุบันเราสามารถเลือกเดินทาง ไปประเทศลาวได้ 3 ทาง

  1. ทางรถ จากกรุงเทพ ไปหนองคาย ข้ามด่าน ที่สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งแรก 1st Thai-Lao Friendship Bridgeเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงขนาดใหญ่แห่งแรก โดยเชื่อมต่อเทศบาลเมืองหนองคายเข้ากับนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว หรือ ท่านาแล้ง-หนองคาย สะพานแห่งนี้ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2537 ปัจจุบัน สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 ด่านหนองคาย-ท่านาแล้งได้เปิดเดินรถไฟ ระยะทาง 3-5 กิโลเมตร ผ่านสะพาน
    มิตรภาพไทย ลาว-ดงโพสี เปิดให้รถไฟเดินทางวันละ 2 เที่ยว
  2. ทางเรือ จาก ทางเรือเชียงของ ห้วยทราย ตามลำน้ำโขง ผ่านห้วยแบ่ง ไปขึ้นท่าเรือเมืองหลวงพระบาง การเดินทางด้วยเรือ มีแบบ 2 แบบ
    – แบบเรือเร็ว นั่งก่อนเวลา 8 โมงเช้า ด้วยเรือหางยาว จะถึงหลวงพระบางก่อนค่ำ
    – แบบเรือช้าจะออกประมาณ 10 โมงเช้า พักกลางทางที่ ห้วยแบ่ง 1 คืน อีกวันถึงเดินทางต่อไปเมือง หลวงพระบาง
  3. โดยเครื่องบิน มีสายการบิน 2 สายที่บินตรงไปเมือง หลวงพระบาง
    สายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีตารางบินทุกวัน
    – สายการบินลาว

หลวงพระบาง ลาว ประเทศลาว บางกอกแอร์เวย์

หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง ตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมมีชื่อว่าเมืองชวา และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็น ปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองชวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทองเมื่อพระเจ้าฟ้างุ้ม (พ.ศ. 1896 – พ.ศ. 1916) เสด็จกลับจากกัมพูชา อันเนื่องจากพระองค์และพระบิดาต้องเสด็จลี้ภัยเพราะถูกขับไล่จากกษัตริย์องค์ก่อน ซึ่งแท้จริงก็คือพระอัยกาของเจ้าฟ้างุ้มนั่นเอง เจ้าฟ้างุ้มทรงรวบรวมกำลังขณะอยู่ในเสียมเรียบ และนำกองทัพนับพันกำลังเพื่อกู้ราชบัลลังก์กลับคืน และสถาปนาอาณาจักรขึ้น ต่อมาในสมัยพระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้อาราธนาพระบางซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ ขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทองอันเป็นนครหลวง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า หลวงพระบาง นับแต่นั้นมา

ถ้ำน้ำทะลุ
อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 3 กิโลเมตร ริมอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลาน โดยต้องนั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 600 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา หรือสามารถเดินเท้าจาก กิโลเมตรที่ 99 เข้าไปถึงถ้ำน้ำทะลุประมาณ 12 กิโลเมตร

สนใจโปรแกรมท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาสก

โปรแกรมท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน

เขาสก ตามหาดอกบัวผุด ณ อุทยานแห่งชาติเขาสก**ชมวิวสันเขื่อนรัชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)**แพโตนเตย**ขุนเขาแห่งกุ้ยหลิน**ถ้ำน้ำทะลุ**ส่องสัตว์ดูนกเงือกเลือกคู่ **ล่องแพไม้ไผ่ ชม ถ้ำประการัง ที่แพ 500 ไร่ ทะเลสาบน้ำจืด จังหวัดสุราษฎร์ธานีเมืองร้อยเกาะ**เงาะอร่อย**หอยใหญ่**ไข่แดง**แหล่งธรรมะ
อุทยานแห่งชาติเขาสก ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุด และมีความสำคัญของภาคใต้ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปด้วย พืชพรรณมากมาย หลายชนิด ทั้งพืชพรรณที่หายาก และเป็นพืชเฉพาะถิ่น อันได้แก่ บัวผุด ปาล์มเจ้าเมืองถลาง หรือปาล์มหลังขาว และปาล์มพระราหู

วันเดินทาง

20.00 น. นัดพบกันที่ ปั้ม ปตท. ตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต

วันแรก สุราษฎร์ธานี บ้านตาขุน เขื่อนเชี่ยวหลาน แพนางไพร กุ้ยหลินเมืองไทย แพโตนเตย ถ้ำน้ำทะลุ ลอยคอเล่นน้ำกลางทะเลสาบ

06.00 น. แวะทานอาหารเช้าที่ อ.บ้านตาขุน (โจ๊ก กาแฟ โอวัลติน ปาตั้งโก๋) เลือกซื้อขนม ผลไม้ พื้นบ้าน ทานในเรือ
08.00 น.ไปถ่ายรูปชมวิวบนสันเขื่อนรัชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ระหว่างเดินทางไปท่าเรือ จะได้เห็น ทะเล หมอกหนาแน่น ตามสภาพภูมิอากาศ สวยงามยิ่งนักได้เวลาก็ไปล่องเรือหางยาวกัน เพื่อเดินทางไป แพโตนเตย โดยเรือหางยาว เป็นแพของหน่วยพิทักษ์อุทยานทางน้ำ ขส 4 คลองแปะ ระหว่างทาง จะได้ชม ทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม ขุนเขา หินปูน ทอดยาวสลับไปมา หน้าผาหินปูนสีสันแปลกตา ผืนน้ำสีเขียวมรกต สลับกับเกาะแก่ง ต่าง ๆ นกเหยี่ยวปลา บนยอดไม้กลางลำน้ำ แวะชมเขาหน้ายักษ์ เขาหินปูนสามต้น เป็นหุบ เขากลางทะเลสาบ หากปรบมือ หรือส่งเสียงเรียกร้อง เสียงจะ สะท้อนกลับ จนได้ชื่อว่า กุ้ยหลินเมืองไทย แวะเยี่ยมชม แพนางไพร เป็นหน่วยพิทักษ์อุทยานทางน้ำ ขส 3 มีปลาตะเพียนหางแดงเยอะที่สุดและปลายักษ์ ซึ่งมาอาศัยเองตามธรรมชาติ ของโปรดคือเมล็ดข้าวโพดดิบ สามารถซื้อได้ที่นั่น ถุงละ 10 บาท ได้เวลา ก็เดิน ทาง ต่อไปแพโตนเตย เป็นลักษณะแพไม้ไผ่ หลังคาจาก จะลอย อยู่ เหนือ ผิวน้ำ ห้องน้ำอยู่เชิงเขาเดินประมาณ ร้อยเมตรค่ะ
12.00 น. พร้อมกันที่แพรับรองแขก เพื่อทานอาหารเที่ยงเอาแรงกันก่อน พักผ่อนอัธยาศัย เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้ารัดส้น คอยที่หน้าแพ
13.30 น. เตรียมไฟฉาย ล่องเรือหางยาวลำเดิม ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ หากน้ำเยอะ ก็เดินน้อยหน่อย หากน้ำน้อยก็เดินไกล ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็จะถึงบริเวณปาก ถ้ำน้ำทะลุ มีหมู่ผีเสื้อหลากพันธุ์ หินสีแปลกตา ถ้ำมีธารน้ำ ไหลลอดถ้ำ เข้าทาง ออกอีกทาง รวมใช้เวลาไปกลับประมาณ 3 ชม. เป็นเส้นทางราบ เดินลัดเลาะตามธารน้ำ มีค้างคาวในถ้ำ ใครว่ายน้ำไม่เป็นก็พกชูชีพติดตัวไป ด้วยค่ะ ก่อนออกจากถ้ำ น้ำจะลึกท่วมศีรษะ แต่แค่ ระยะ สั้นๆ และมีเชือกให้เกาะสาว ปล่อยตัวลอยไปตามกระแสน้ำ ไหลออกจากปากถ้ำ ไม่ต้องกลัวจม (ใครจะเล่นน้ำ พายเรือคยัค คอยเพื่อนที่แพก็ได้ ไม่บังคับ เหมาะสำหรับเพื่อนที่ต้องการผจญภัยความมืดในถ้ำ เดินไปกลับประมาณ 6 กม. มีทาก 1-2 ตัว) หรือไม่มีเลย หากช่วงฝนตก มีมากกว่า 1-2 ตัวแน่นอนค่ะ
16.30 น. ล่องเรือกลับ จะพาไปลอยคอเล่นน้ำกลางทะเลสาบ ที่หน้าแพ เวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ ชมพระอาทิตย์ตกน้ำกัน ลอยคอดูนกเงือกเลือกคู่ บนยอดไม้ (เตรียมกล้องส่องทางไกลไปด้วย หากมี) ได้เวลาเบื่อแล้ว ก็กลับที่พัก อาบน้ำ แต่งตัว
19.00 น.ทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกัน สังสรรค์กันตามอัธยาศัย กลางคืนทางแพเปิดเครื่องปั่นไฟถึง 23.00 น. เท่านั้น จึงควรเตรียมไฟฉายส่วนตัว เผื่อต้องเข้าห้องน้ำตอนดึกดื่น เพราะต้องเดินขึ้นเขาประมาณ 100 เมตร เหนื่อยเอาการเลยล่ะ แต่สนุก

วันที่สอง ทะเลหมอกยามเช้า แพเพลินไพร ถ้ำประการัง ล่องแก่งห่วงยาง (หน้าฝน) นอนบ้านต้นไม้

06.00 น. ล่องเรือหางยาว ไปชมวิวสายหมอกขุนเขายามเช้า จิบกาแฟบนเรือไปพรางๆ เฝ้าดูนกเงือก นกต่าง ๆ ชะนี ลิง ฯลฯ ร้องเรียกหากัน
07.30น. ทานอาหารเช้า พร้อมเก็บสัมภาระลงเรือ เดินทางต่อ เพื่อเดินป่าระยะสั้นอีกครั้ง ไปชม ถ้ำประการัง ที่แพ 500 ไร่ จะผ่านแพเพลินไพร แพเชี่ยวหลาน แพสายชล โดยเดินเท้าไปประมาณ 1 กม. เพื่อล่องเรือแพไม้ไผ่ (เครื่องยนต์) แล้วเดินเข้าถ้ำประการัง โดยมีไกด์ท้องถิ่น นำทาง
12.00 น.ทานข้าวเที่ยง ที่ แพเพลินไพร เป็นเมนู อาหารจานเดียว เสร็จแล้วนั่งเรือขึ้นฝั่ง มีรถตู้คันเดินมารับไปอุทยานฯ เขาสก
15.00 น. ถึง เขาสก Tree Resort เป็นบ้านต้นไม้ รีสอร์ทท่ามกลางต้นไม้หลากพันธ์คงธรรมชาติ เก็บสัมภาระเข้าที่พัก
17.00 น.พาไปเล่นน้ำ โหนเชือกให้ลิงดูที่รีสอร์ทเพื่อนบ้าน (จะมีลิงจำนวนมาก) หรือ นึกสนุก หน้าน้ำ จะสามารถล่องแก่งห่วงยางเล่นได้ ( 20 บาท) ค่าเช่าห่วงยางชำระเงินเองค่ะ
19.00 น.รับประทานอาหารมื้อค่ำ สังสรรค์ตามอัธยาศัย…..ง่วงแล้วก็ขึ้นต้นไม้ทันที ขึ้นไปทำไมหรอ ??? คงสงสัย!!!! ก็ขึ้นไปนอนไง ไม่ใช่ลิงไม่ใช่ข่างนี่นา ที่จะนั่งหลับบนต้นไม้ได้ บอกเล่าตลก ๆ ไปงั้นเองค่ะ จริง ๆ แล้ว บ้านต้นไม้ ที่กล่าวถึงนี้ เป็นบ้านพักที่ยกพื้นปูนสูงประมาณ ห้าถึงสิบเมตร ตัวบ้านทั้งหลังจะทำ จากไม้ดัด สาน มีระเบียงให้นั่งเล่น มีห้องน้ำในตัว เป็นห้องพัดลม เตียงคู่ มุ้งสุ่ม พื้นบ้านบางช่วง จะเว้นสำหรับ ลำต้น ไม้ใหญ่นี้ไว้ให้เขาเจริญเติบโตไปตามธรรมชาติ ได้เปลี่ยนบรรยากาศการหลับนอนกันบ้าง Zzzzzzzzzzzzz นอกหน้าต่าง มีแสงวับๆ แวม ๆ ไม่ต้องตกใจนะคะ หิ่งห้อยนั่นเองค่ะ

วันที่สาม อุทยานแห่งชาติเขาสก , ดอกบัวผุด สวนโมก หัวหิน

07.00 น.เก็บสัมภาระมาที่รถตู้ ทานอาหารเช้า
หากมีดอกบัวผุดติดต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมอาหารกล่องปิคนิคในป่า บาน หรือ ตูม ไปวัดดวงกันค่ะ หากไม่มีดอกบัวผุด จะบาน หรือ ตูม คณะทัวร์เลือกไม่เดินป่า เน้นพักผ่อน ก็ได้ค่ะ
09.00 น.จะพาเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติเขาสก ชมวีดีโอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวประมาณ 15 นาที จากนั้นพักผ่อนอัธยาศัย
11.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง ที่รีสอร์ท ได้เวลาก็เดินทางกลับ กทม แวะซื้อของฝากรายทาง เช่น สวนโมก ซื้อเทปธรรมะ หนังสือธรรมะ ขนมเต้าส้อชื่อดังทำสด ๆ ใหม่ ๆ ออกจากเตาร้อน ๆฯลฯ แวะทานอาหารค่ำ โต้รุ่งที่หัวหิน (จ่ายเงินเอง)
24.00 น. โดยประมาณ ถึง กทม

ราคาท่านละ 3,900.00 บาทถ้วน

(อาหาร 8 มื้อ) เดินทางโดยรถตู้วีไอพีทรงสูง นอนแพ นอนบ้านต้นไม้ ราคาเด็ก 3,400 บาทถ้วน (กรณีจองที่นั่งเหมือนผู้ใหญ่ และ นอนกับผู้ปกครอง) (อายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นไป)ราคาเด็ก 1,500 บาทถ้วน (กรณีนั่งกับผู้ปกครอง และ นอนกับผู้ปกครอง) (อายุต่ำกว่า 12 ปีขึ้นไป)ราคาเด็ก อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ฟรีตลอดรายการ

ราคาท่านละ 3,600.00 บาท

คืนแรกนอนแพ คืนสอง นอนเต็นท์ ที่ อช. เขาสก เหมาะสำหรับกรุ๊ปเหมาเท่านั้น หรือ พร้อมใจกันเลือกนอนที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น ไม่สะดวกแบ่งดูแลค่ะ

อัตรานี้รวม

ค่าใช้จ่ายตลอดทริป เริ่มจาก กทม . ยกเว้นอาหารมื้อเย็นขากลับสิ่งที่ต้องเตรียม
1. ไฟฉาย
2. ของใช้ส่วนตัว
3. รองเท้ารัดส้น หรือ รองเท้าผ้าใบที่แห้งไวลักษณะของทริป เป็นทริปแค้มคาร์ หนักเบาสลับกันสามารถไปกันได้ทั้งครอบครัวรวมถึงเด็ก หากไม่ต้องการเดินไปเที่ยวถ้ำน้ำทะลุ ท่านสามารถหากิจกรรมทำได้ เช่น พายเรือคยัค เล่นน้ำ หรือนอนเล่นอ่านหนังสือ หรือนอนคอยในเรือ เดินทางได้ทั้งปี รับจัดเป็นหมู่คณะ สามารถเลือกวันเดินทางได้เอง บริการรับส่งถึงที่ ด้วยรถตู้วีไอพีทรงสูง

สนใจติดต่อเบอร์ตรงได้ที่ 081-4977974 หรือ 02-8889097 หรือ mamgapee@hotmail.comหรือจองโปรแกรมเดินทางได้ตามวันและเวลาที่ได้ระบุไว้ด้านล่างนี้ค่ะ กำหนดเดินทาง รับจัด ทั้งปีค่ะ สามารถเลือกวันเดินทางได้เองเลยค่ะ กรณีมาเป็นหมู่คณะมีส่วนลดให้ เช่น ฟรีสำหรับหัวหน้าคณะทัวร์ และ ลดค่าใช้จ่ายทัวร์ได้ทั้งคณะ เชิญปรึกษาเราได้ค่ะ หรือจะปรับโปรแกรม ลดหรือเพิ่ม ก็ได้ตามความต้องการค่ะ ตามงบประมาณ

ดอกบัวผุด
ดอกไม้พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก
, จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในบรรดาพืชพรรณทั้งหมดที่มีอยู่ในโลก บัวผุดหรือ Rafflesia ถือว่าเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพราะบัวผุดชนิด Rafflesia arnoldii ที่สำรวจพบในอินโดนีเซียนั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 100 เซนติเมตร ส่วนบัวผุดพันธุ์ไทย หรือ Fafflesia kerrii มีดอกขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังคงมโหฬารไม่ใช่เล่น คือ 50-90 เซนติเมตร ยามที่มันออกดอกสีปูนแดงสดใสอย่กลางป่าดิบเขียวชอุ่มนั้น ถือเป็นภาพที่น่าตื่นตามากบัวผุดหรือที่ชาวบ้านทางภาคใต้ของไทยเรียกว่า “บัวตูม” จริง ๆแล้วเป็นพืชกาฝากซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยอาศัยอยู่ในรากและลำต้นของเถาไม้เลื้อยวงศ์อง่นป่า ชื่อ “ย่านไก่ต้ม” โดยบัวผุดจะอาศัยดูดกินแร่ธาตุและน้ำจากย่านไก่ต้ม โดยต้นแม่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่

พวกเราจะเห็นบัวผุดได้ก็เฉพาะยามเมื่อมันต้องการผสมพันธุ์กัน คือ จะเริ่มมีตาดอกเป็นปุ่มกลมเล็กๆ โตขึ้นที่ผิวของย่านไก่ต้ม แล้วใช้เวลา 9 เดือน ขยายขนาดจนเท่ากับหัวกะหล่ำยักษ์ จากนั้นก็ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในรอบปีให้ดอกบาน ทว่าดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ จึงต้องเหมาะเหม็งมากในช่วงเวลาบานแมลงวันจึงจะช่วยผสมเกสรให้ได้ จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการสูญพันธุ์ชาวป่ามาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงไทย มีความเชื่อว่าดอกตูมของบัวผุด ถ้านำมาต้มให้หญิงหลังคลอดบุตรดื่ม มดลูกจะเข้าอู่เร็วขึ้น ซึ่งได้มีการพิสุจน์ทางการแพทย์แล้วว่า ไม่มีสรรพคุณดังกล่าวแต่อย่างใด ในเมืองไทยจะพบบัวผุดได้ตั้งแต่คอคอดกระ จังหวัดระนอง เรื่อยลงไปตามแนวเทือกเขาภูเก็ต จนสุดชายแดนที่นราธิวาส

โดย อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งชมบัวผุดแหล่งใหญ่ที่สุด มีบัวผุดทยอยบานให้ชมทั้งปี แต่เป็นที่นิยมไปชมกันมากในฤดูแล้งช่วงเดือนพฤศจิกายน- เมษายน เพราะดินป่าง่าย แต่เขาสกก็ได้ผ่านบทเรียนอันเจ็บปวดมาแล้วจากอดีตในการสูญเสียบัวผุดที่ควนลูกช้าง เพราะในอดีตยังขาดความเข้าใจในชีวิตอันเปราะบางของมัน จึงมีผู้แห่กันไปชมบัวผุด โดยมีการเหยียบย่ำเถาย่านไก่ต้ม เหยียบย่ำดอกอ่อน และเหยียบย่ำตาดอกขนาดเล็กที่เพิ่งผุดขึ้นมา (โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) ทั้งนี้เพื่อเข้าไปชมและถ่ายรูปกับดอกบัวผุดให้ใกล้ชิดที่สุด ส่งผลให้บัวผุดสาบสูญไปจากควนลูกช้าง

แม้ปัจจุบันบัวผุดบริเวณกิโลเมตรที่ 111 และที่เขาสองน้อง ก็มีจำนวนดอกลดน้อยลง และขนาดดอกในรอบ 2 ปี (พ.ศ. 2545-2546) ที่ผ่านมาก็เล็กลงจนน่าตกใจทีเดียวอุทยานแห่งชาติเขาสก และทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เล็งเห็นความเร่งด่วนของสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ออกมาตรการป้องกันรักษาดอกบัวผุด โดยออกสำรวจ เมื่อพบดอกใกล้บานจะทำการล้อมรั้ว ติดป้ายห้ามเข้าใกล้ดอก และสร้างสะพานไม้ยกระดับให้ยืนชมดอกอยู่ห่าง ๆ บนสะพานไม้ ไม่ให้มีการลงไปเหยียบย่ำพื้นดินหรือเถาย่านไก่ต้มอีกต่อไป นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชาวบ้านเป็นไกด์ท้องถิ่นพานักท่องเที่ยวเข้าชมบัวผุด เพื่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนอันจะนำมาซึ่งความรัก ความเข้าใจ ความหวงแหน และการอนุรักษ์แหล่งชมดอกบัวผุดได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

ถ้ำประกายเพชร

อุทยานแห่งชาติเขาสก , จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะถ้ำประกายเพชร เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสวยงามแปลกตา มีหินปะการัง หินงอก หินย้อย ทีมีเอกลักษณ์โดดเด่น ความยาวภายในถ้ำประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงาม ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้เข้าไปสำรวจความเหมาะสมและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวชม ปรากฏว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเทียวภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา และทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประทับใจในการเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สนใจติดตามโปรแกรมได้ที่นี่

อุทยานแห่งชาติเขาสก
ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้อันประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติเขาสก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองยัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อุทยานแห่งชาติศรีพังงา และอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง มีพื้นที่ทั้งสิ้น 2,296,879.5 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปด้วยพืชพรรณมากมายหลายชนิด ทั้งพืชพรรณที่หายากและเป็นพืชเฉพาะถิ่น อันได้แก่ บัวผุด ปาล์มเจ้าเมืองถลางหรือปาล์มหลังขาวและปาล์มพระราหู นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะพบสัตว์ป่าสงวนถึง 4 ชนิด คือ เก้งหม้อ เลียงผา สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน และประกอบกับสภาพพื้นที่มีทิวทัศน์ ที่สวยงาม มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติทั้งน้ำตก หน้าผา ถ้ำ และ ทิวทัศน์เทือกเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย

อุทยานแห่งชาติเขาสกอยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 08 องศา 50 ลิบดา 43 พิลิบดา – 09 องศา 17 ลิบดา 24 พิลิบดา เหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 98 องศา 30 ลิบดา 44 พิลิบดา – 98 องศา 90 ลิบดา 13 พิลิบดา ตะวันออก มีอาณาเขตทิศเหนือจดเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าคลองแสง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ทิศใต้จดนิคมสหกรณ์พนม ทิศตะวันออกจดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงและเขื่อนรัชชประภา และทิศตะวันตกจดอุทยานแห่งชาติศรีพังงา สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะมีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำลำธารของคลองศกและคลองพะแสง ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งที่สำคัญของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 961 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อยพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติด้านทิศเหนือเกือบทั้งหมด เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนรัชชประภา ซึ่งสร้างปิดกั้นคลองพะแสง มีขนาดใหญ่ประมาณ 168 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดเกาะเล็กเกาะน้อยประมาณ 162 เกาะ พื้นที่ประมาณ 14.06 ตารางกิโลเมตร เกาะเล็กเกาะน้อยนี้ก็คือ ส่วนที่โผล่พ้นน้ำของเขาหินปูนนั่นเอง ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง

เขื่อนรัชชประภา
เขื่อนรัชชประภา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างปิดกั้นคลองพระแสง ตัวเขื่อนเป็นหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ระดับสันเขื่อนสูง 100 เมตร อ่างเก็บน้ำครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 100 เกาะ สามารถล่องเรือชมทัศนยภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเขากาเลาะ บนสันเขื่อนรัชชประภายังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะยามดวงอาทิตย์ตก เขื่อนเชี่ยวหลานอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 65 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 57-58 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร

สนใจโปรแกรมท่องเที่ยว เขาสก นอนแพโตนเตย นอนบ้านต้นไม้


ตั้งน้ำ
มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง เป็นวังน้ำลึกมาก มีปลาชุกชุม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้าประมาณ 3.2 กิโลเมตร

Huai Nam Dang National Park

It was formerly know as an area of Doi Sam Muen highland development project which was initited by His Majesty the King to solve the problem of forest encroachment and poaching, as well as to enhance the lives of the local hilltribe people. As this area is filled with attractive natural condition and virginal forests provided vital watersheds, Huai Nam Dang was declared the 81st national park of Thailand by the Royal Forest Department on 14 August 1995.
Huai Nam Dang National Park covers four districts : Mae Taeng, Chiang Dao, and Wiang Haeng in Chiang Mai province including Pai district in Mae Hong Son province, covering an area of approximately 1,247 square kilometres. Later on it was designated as the National Park for commemorating 100th year establishment of the Royal Forest Department and also for the celebration of His Majesty the King’s 50th year on the throne. 
  Read the rest of this entry »

Doi Wiang Pha National Park
Doi Wiang Pha is to be announced as a national park covering the areas of Mae Fang National Conserved Forest in Tambol Sridongyen, Tambol Maetalob, Chaiprakarn District, Tambol Mae Kha, Tambol Mae Kha, Fang District, Chiang Mai Province, and the left side of Mae Lao National Conserved Forest in Tambol Pa Daed, Tambol Srithoi, Tambol Thakor of Chiang Rai Province within an approximate area of 583 square kilometers or 364,375 rai.

Link :
ViewDoi Wiang Pha National Park  Map  Read the rest of this entry »